โรคสะเก็ดเงิน เกิดจากเม็ดเลือดขาวทำงานผิดปกติ

โรคสะเก็ดเงิน เป็นโรคผิวหนังที่ไม่ติดต่อ แต่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยสะเก็ดเงิน จะมีสมาชิกอย่างน้อยหนึ่งคนในเครือญาติที่ป่วยเป็นโรคนี้เช่นเดียวกัน อีกทั้งยังข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ยืนยันตรงกันว่าผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก อ้วนลงพุง และเป็นโรคเบาหวาน มีโอกาสเป็นโรคสะเก็ดเงินได้มากขึ้นด้วย สำหรับโรคสะเก็ดเงินจัดเป็นโรคเรื้อรังรักษาไม่หายขาดแต่ป้องกันการกำเริบของโรคได้ หากดูแลร่างกายให้แข็งแรงหลีกเลี่ยงสิ่งระคายเคือง
โรคสะเก็ดเงินเป็นโรคที่มีการอักเสบเรื้อรังของผิวหนังโรคหนึ่งที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย พบได้ประมาณร้อยละ 1-2 ของประชากรทั่วโลก เกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน ทำให้การแบ่งตัวของเซลล์ผิวหนังเร็วกว่าปกติ การเจริญเติบโตและพัฒนาการของผิวหนังจึงไม่สมบูรณ์ อาการที่พบได้บ่อยๆ คือเป็นปื้นนูนแดงปกคลุมด้วยสะเก็ดสีเทาเงิน ผื่นแดงหนาขอบเขตชัดเจน มีสะเก็ดเงินปกคลุม เมื่อขูดลอกสะเก็ดออกจะพบจุดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง มักพบบริเวณข้อศอก เข่า หลังส่วนล่าง และหนังศีรษะ ผื่นอาจมีขนาดเล็กหรือใหญ่กระจายทั่วร่างกาย ศีรษะจะมี ผื่นแดงลอกเป็นขุยขาวคล้ายรังแค เล็บอาจมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เล็บหนา เนื้อเล็บผุกร่อน ลอกเป็นขุยขาวหรือมีหลุมเล็กๆ บริเวณผิวเล็บ และอาจมีอาการปวดข้อ ข้ออักเสบร่วมด้วย ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินสามารถตรวจสอบตนเองได้ง่ายๆ ว่ามีอาการเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินได้จาก คำถามทดสอบ 3 ข้อ ดังนี้
1. ต้องตื่นกลางดึกเนื่องจากอาการปวดหลังส่วนล่าง
2. ข้อมือและนิ้วบวมหรือเคยมีอาการบวม
3. มีอาการปวดหรือเคยปวดบริเวณส้นเท้า

อะไรคือตัวกระตุ้นให้เกิดโรคสะเก็ดเงิน
ปัจจัยที่มากระตุ้นโรคสะเก็ดเงินได้แก่ การบาดเจ็บของผิวหนัง (รอยฉีกขาด รอยแกะ รอยเกา) อาการเจ็บคอที่เกิดจากเชื้อสเตร็ปโตคอคคัส การเปลี่ยนแปลงระดับฮอร์โมน (ผื่นมักเริ่มเกิดในช่วงแตกเนื้อหนุ่ม หรือเป็นสาว) และยาบางชนิด (พบได้น้อย) ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นในช่วงฤดูร้อน แต่อาการจะกำเริบในช่วงฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้ง ด้านสภาพจิตใจหากผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนใจหรือเครียดจะทำให้อาการของโรคกำเริบขึ้น การติดเชื้อในร่างกาย เช่น ไข้หวัด มีส่วนทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น รวมถึงการระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น การแพ้ยาทาต่างๆ สบู่ ผงซักฟอก จะทำให้เป็นผื่นมากขึ้น

ดูแลตัวเองจากโรคสะเก็ดเงินอย่างไรดี
ผู้ที่เป็นโรคสะเก็ดเงินควรดูแลตนเอง ด้วยการทาครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อลดอาการผิวแห้ง ใช้สบู่อ่อน ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองของผิวหนัง ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อในการทำความสะอาดผิว เพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และน้ำยาฆ่าเชื้อจะทำให้เกิดการระคายเคืองและผื่นกำเริบ ไม่ควรดื่มแอลกอฮอล์ อย่าเกาหรือพยายามแกะสะเก็ดออกจากผื่น เพราะจะทำให้เลือดออกและผื่นกำเริบได้ อีกทั้งควรดูแลใส่ใจสุขภาพตนเองหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง ดูแลสุขอนามัยเพื่อลดการติดเชื้อต่าง ๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคสะเก็ดเงิน